.

บลจ.ไทยพาณิชย์ จ่ายปันผล LTF 3 กองรวด SCBLT1 – SCBLT4 – SCBLTT มูลค่ารวมกว่า 222 ล้านบาท


นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ เตรียม จ่ายเงินปันผล กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จำนวน 3 กองทุน โดยทั้ง 3 กองทุนนี้เป็นการจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 – วันที่ 31 ธันวาคม 2562 รวมมูลค่าประมาณกว่า 222 ล้านบาท

SCBLT1, SCBLT4, SCBLTT

โดยจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยในวันที่ 21 มกราคม 2563 นี้ ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) ในอัตรา 0.1000 บาทต่อหน่วย ซึ่งการจ่ายปันผลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 24 รวมเป็นเงินปันผลจำนวน 5.3350 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนนี้เน้นลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายปันผลอยางสม่ำเสมอ เฉลี่ยในปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 และไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม

องทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) อัตรา 0.1000 บาทต่อหน่วย โดยการจ่ายปันผลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 16 รวมเป็นเงินปันผลจำนวน 3.2200 บาทต่อหน่วย มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นสามัญ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มั่นคง มีแนวโน้มเจริญเติบโตสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม และมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศไม่เกินกว่าร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย ซึ่งการจ่ายปันผลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 19 รวมเป็นเงินปันผลจำนวน 4.500 บาทต่อหน่วย มีเน้นลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มั่นคง และมีแนวโน้มเจริญเติบโตสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปี 2563 ว่ายังคงมีปัจจัยที่ยังส่งผลกระทบต่อการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ เรื่องการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีนในเฟสที่ 2 และ 3 สงครามระหว่างสหรัฐฯ -อิหร่าน การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี รวมถึงการชุมนุมทางการเมืองของประเทศไทย ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ตลาดผันผวนได้ค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนสกภาวะเศรษฐกิจโลกให้ปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศหลักของโลก ที่ดำเนินมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงภาวะถดถอย ประกอบกับสหรัฐฯ และจีนสามารถลงนามข้อตกลงการค้า และคาดว่าภาคการส่งออกของประเทศในภูมิภาคเอเชีย จะกลับมาฟื้นตัวได้จากการธนาคารกลางจีน กระตุ้นการขยายตัวของสินเชื่อภายในประเทศ

เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Centerโทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย

Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *