.

“โลตัส” (Lotus’s) พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ ดอกเบี้ย 2.80% – 4.15% ต่อปี มีให้เลือก 5 รุ่น อายุตั้งแต่ 1 ปี 6 เดือน จนถึง 10 ปี


“โลตัส” (Lotus’s) พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ดอกเบี้ย 2.80% – 4.15% ต่อปี มีให้เลือก 5 รุ่น อายุตั้งแต่ 1 ปี 6 เดือน จนถึง 10 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A+ คาดเปิดจองซื้อระหว่าง 17-19 เมษายน 2566 ผ่าน 9 สถาบันการเงิน

โลตัส, Lotus’s, ขายหุ้นกู้, หุ้นกู้ โลตัส, หุ้นกู้ Lotus, หุ้นกู้ดอกเบี้ย, ดอกเบี้ยหุ้นกู้,  หุ้นกู้, จองซื้อหุ้นกู้, จองหุ้นกู้โลตัส, Debenture

“โลตัส” ( Lotus’s) ผู้นำค้าปลีกออมนิแชนแนล ดำเนินงานภายใต้ชื่อจดทะเบียน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (“บริษัทฯ”) เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 5 ชุด ประกอบด้วย รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย [2.80 – 2.95]% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.20 – 3.30]% ต่อปี อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.50 – 3.60]% ต่อปี อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.75 – 3.85]% ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.00 – 4.15]% ต่อปี โดยจะเสนอขายให้กับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หลังจากประสบความสำเร็จจากการเสนอขายให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่มาแล้วในปีที่ผ่านมา คาดเปิดจองซื้อระหว่าง 17-19 เมษายน 2566 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 9 แห่ง ชูเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 มั่นใจได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน

บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำขนาดใหญ่ และบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “โลตัส” (Lotus’s) เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกว่า ครั้งนี้บริษัทจะออกหุ้นกู้จำนวน 5 ชุด ประกอบด้วย รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย [2.80 – 2.95]% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.20 – 3.30]% ต่อปี อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.50 – 3.60]% ต่อปี อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.75 – 3.85]% ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.00 – 4.15]% ต่อปี (บริษัทฯ จะแจ้งอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนอีกครั้ง) โดยจะเปิดจองซื้อผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 9 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) รวมถึงทรูมันนี่ วอลเล็ท ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายได้ในระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2566

ทั้งนี้ หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “A+” ซึ่งสูงกว่าเกรดขั้นต่ำในระดับลงทุน (Investment Grade) ถึง 5 อันดับ เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งอยู่ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยเป็นการจัดอันดับ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 สะท้อนสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกแบบออมนิแชนแนลที่มีช่องทางหลากหลายและครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ในปี 2565 และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปที่จะสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทที่มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ผ่านช่องทางแบบออมนิแชนแนลที่ครอบคลุมทั้งสาขาและออนไลน์ รวมถึงธุรกิจพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าที่เติมเต็มความต้องการของลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย บริษัทฯ มั่นใจว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จเหมือนครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความหลากหลายของช่วงอายุหุ้นกู้ที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสม ภายใต้อันดับเครดิตในระดับ A+ จากทริสเรทติ้ง ซึ่งตอกย้ำถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสและศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ

ปัจจุบัน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ และบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “โลตัส” (Lotus’s) ถือเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกแบบออมนิแชนแนล ที่มีช่องทางจัดจำหน่ายหลายรูปแบบ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 “โลตัส” (Lotus’s) มีร้านค้าปลีกจำนวน 2,578 แห่งทั่วประเทศไทย ประกอบด้วยร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต 223 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต 202 แห่ง และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต 2,153 แห่ง ซึ่งธุรกิจในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนระบบการกระจายสินค้าและเครือข่ายด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศในการเป็น fulfillment center จัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทั่วประเทศไทย รวมทั้งยังร่วมมือกับธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Marketplace) เพื่อเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการเปิดตัวธุรกิจใหม่ ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของ “โลตัส” (Lotus’s) ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า โดยมีพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า 200 แห่ง (ไม่รวมศูนย์การค้าที่มีการลงทุนโดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าโลตัสส์ รีเทล โกรท หรือ LPF จำนวน 23 แห่ง) มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 806,081 ตารางเมตร โดยมีร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตของ “โลตัส” (Lotus’s) เป็นร้านค้าหลัก โดยในจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด บริษัทฯ ถือกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าจำนวน 70 แห่ง ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้าอยู่ที่ประมาณ 90% และบริษัทฯ ถือหน่วยลงทุน 25% ในกองทุนรวม LPF ที่ลงทุนในศูนย์การค้า 23 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 339,700 ตารางเมตร ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 183,791.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 สะท้อนการฟื้นตัวกลับมาของธุรกิจ อันเป็นผลจากการที่สามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าได้ตามปกติ และประชาชนมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ Lotus’s สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังต่อไปนี้

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Bualuang mBanking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)* โทร. 02-888-8888 กด 819 หรือจองซื้อผ่านเว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest) สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โทร. 1572 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Krungsri Mobile App (“KMA”) สำหรับผู้ลงทุนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)** โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0-2111-1111 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)*** โทร. 1428 กด#4

ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) โทร. 02-285-1555

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร.02-626-7777 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น CIMB Thai Digital Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)**** โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Dime! สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา

* ซึ่งรวมถึง บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

** ซึ่งรวมถึง บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

*** ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

****ซึ่งรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำรายการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ลงทุนยังสามารถจองซื้อหุ้นกู้Lotus’s ผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท ได้อีกด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท ได้ที่ App Store และ Play Store ดูรายละเอียดวิธีการสมัครแอปฯ และวิธีการจองซื้อได้ที่ www.truemoney.com หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 1240 กด 6

Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *