.

[แนะนำ] 5 ขั้นตอนเคลมประกัน รถถูกน้ำท่วม by อาคเนย์ประกันภัย


“อาคเนย์ประกันภัย” แนะนำ 5 ขั้นตอนเคลมประกัน กรณีรถถูกน้ำท่วม สำหรับประกันภัยชั้น 1 หรือ ชั้น 2+ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

เคลมประกัน , รถถูกน้ำท่วม ,อาคเนย์ประกันภัย, เคลมประกัน รถถูกน้ำท่วม, รถถูกน้ำท่วม เคลมประกัน, น้ำท่วมรถ, ประกันภัยชั้น 1 ,ประกันภัยชั้น 2+, ประกันชั้น 1 ,ประกันชั้น 2+

บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) แนะนำผู้ทำประกันภัย รับมือกับภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อรถยนต์ และบ้านพักอาศัย ซึ่งหลายคนอาจจะกังวลถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่ตามมา แต่ถ้ามีการทำประกันภัยเอาไว้ ลูกค้าสามารถที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันเพื่อมาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหากรถยนต์โดนน้ำท่วมจนเกิดความเสียหาย หากเป็นลูกค้าประกันภัยรถยนต์ของ “อาคเนย์ประกันภัย” สามารถเรียกร้องจากบริษัทได้ง่ายๆ ด้วย 5 ขั้นตอนการเคลมรถยนต์แบบง่าย ๆ สำหรับประกันภัยชั้น 1 หรือ ชั้น 2+ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบว่ารถยนต์ของคุณมีประกันภัยหรือไม่ และเป็นประกันภัยประเภทใด ชั้น 1 ชั้น 2+ หรือชั้น 3+ คุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง หากเป็นประกันภัยชั้น 1 ก็จะรวมการดูแลรถจากภัยน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ลูกเห็บ ฟ้าผ่า เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 2 แนะนำให้ ถ่ายรูปรถยนต์ที่เสียหาย เอาไว้ก่อน และหลังน้ำลดอย่าเพิ่งรีบเคลื่อนย้ายรถยนต์ด้วยตัวเอง เพราะการสตาร์ทรถโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์โดยผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้รถยนต์เสียหายมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 รีบแจ้งตัวแทนประกัน พร้อมแจ้งประเภทประกันภัย และพิกัดของรถที่ประสบเหตุ เข้ามาดูความเสียหายของรถยนต์ให้ไวที่สุด เพราะประกันบางแห่ง เช่น อาคเนย์ประกันภัย จะมีบริการรถยกไปยังศูนย์รถยนต์ อู่ซ่อมในเครือและคู่สัญญาที่ได้มาตรฐานให้โดยไม่ต้องห่วงว่ารถจะเสียหายเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 4 เมื่อประกันมาถึงก็เป็นเวลาแห่งการ ประเมินความเสียหาย ทั้งสภาพภายในและภายนอกรถยนต์ว่าอยู่ในระดับใด เช่น เข้าเครื่องยนต์ เข้าตัวรถ ระบบไฟฟ้ากระทบแค่ไหน เป็นต้น เพื่อวางแผนหาทางช่วยเหลือนำรถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วมให้เร็วที่สุด ลดความเสียหายของทรัพย์สิน

ขั้นตอนที่ 5 หลังจากที่ทีม Surveyor สำรวจรถยนต์จนละเอียดถี่ถ้วน ก็ได้เวลา ออกใบเคลม ให้ลูกค้า โดยใบเคลมจะมีอายุ 1 ปี แนะนำว่าหลังจากที่ได้ใบเคลมแล้วควรรีบส่งซ่อมและทำความสะอาดรถโดยเร็วที่สุด เช่น การถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์และของเหลวต่าง ๆ การปลดขั้วแบตเตอรี่และขั้วไฟฟ้าทันที แอบแนะนำอีกนิดว่าควรจะซ่อมรถกับอู่ในเครือของบริษัทที่ทำประกันภัยจะดีที่สุด เพราะช่วยให้การประสานงานและติดตามงานได้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เพียงแค่ทำประกันภัยไว้รับมือกับความเสี่ยงก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณได้ และควรเลือกประกันที่คุ้มครองและสามารถออกแบบได้ด้วยตัวคุณ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นบ้างในอนาคต”

Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *